โดนเราเข้าเต็มๆ

posted on 26 Oct 2005 09:41 by thaimanstanding

ชื่อเพลง: เจ้าหญิง

ชื่อศิลปิน: บอย โกสิยพงษ์


 ในคืนที่ฟ้านี้มีแต่ความมืดของดาว รู้สึกเหน็บหนาวเมื่อไม่มีใครเคียงข้างกาย
อยากให้ท้องฟ้านี้ มีแต่ดาวอันพร่างพราย
เติมชีวิตให้มีความหมาย ด้วยใจใครสักคน
แล้วเธอก็เข้ามา เปลี่ยนหัวใจที่เคยอ่อนล้าให้มีหวัง

ขอให้ค่ำคืนนี้มีแต่เรา อยู่เคียงใต้แสงดาว และมีความรักให้กันและกัน
ให้เธอเป็นดังเจ้าหญิงในใจฉัน และจะมีเธอเท่านั้น

เธอคือนางฟ้าที่เดินเข้ามากลางหัวใจ เติมความสดใสให้กับชีวิตที่มืดมน
เปลี่ยนแปลงความรักที่มีแต่ความหมองหม่น
เปลี่ยนชีวิตที่เคยสับสน ของคนที่ร้าวราน
เพราะเธอได้เข้ามาเปลี่ยนหัวใจ ที่เคยอ่อนล้าให้มีหวัง

ขอให้ค่ำคืนนี้มีแต่เรา อยู่เคียงใต้แสงดาว และมีความรักให้กันและกัน
ให้เธอเป็นดังเจ้าหญิงในใจฉัน และจะมีเธอเท่านั้น

ที่มีค่า สูงเกินกว่า จะหาคำมาอธิบาย

ขอให้ค่ำคืนนี้มีแต่เรา อยู่เคียงใต้แสงดาว และมีความรักให้กันและกัน
ให้เธอเป็นดังเจ้าหญิงในใจฉัน และจะมีเธอเท่านั้น

ให้เธอเป็นดังเจ้าหญิงในใจฉัน

ขอให้ค่ำคืนนี้มีแต่เรา อยู่เคียงใต้แสงดาว และมีความรักให้กันและกัน
ให้เธอเป็นดังเจ้าหญิงในใจฉัน และจะมีเธอเท่านั้น

 

ฮ่า ๆ ๆ มะได้เจอกันหลายวันเลยนะ ก็คนมันต้องทำงานนี่ว้อย เครียดหนัก 2-3 วันมาแว้ววว วันนี้ก็เลยต้องผ่อนคลายซะหน่อย ประเดิมด้วยเนื้อเพลงของคุณบอย โกสิยพงษ์ ซะเยย คุณ บอย โกสิยพงษ์ เนี่ยเราถือเลยว่าเป็นขวัญใจอันดับ 1 ของเราเยย แต่งเพลงไหน ถูกใจเราทู๊ก ก ก ก ก เพลง (ลากสียงยาวๆหน่อย)

และข้างล่างนี่ก็อีกเพลงที่กินใจมากๆ ...เคยละป่าว ที่รู้สึกเหมือนคนที่มีค่า แต่....มีค่าไม่มากพอ (--")

ชื่อเพลง: คนข้างล่าง

ชื่อศิลปิน: บอย โกสิยพงษ์

นั่งปลดปล่อยความคิด ไปกับลมกับฟ้า
ให้ใจที่มันอ่อนไหว จากความรัก ได้พักผ่อนคลายเสียบ้าง
จะได้ไตร่ตรองดูให้ดี สิ่งที่อยู่ในใจคั่งค้าง
ฉันควรทำอย่างไร กับรักที่ไม่มีทาง

อยากรู้ว่าจะมีใครไหม ที่มีความรักแล้วต้องเก็บเอาไว้
และเมื่อได้พบทีไร ถึงแม้ดีใจ ก็ต้องฝืนทำตัวเหินห่าง
ทั้งที่หัวใจอยากบอก แต่ก็ดูเหมือนมีอะไรมาขวาง
จะต้องทำอย่างไร กับรักที่(ไม่มีหนทาง/ทรมาน)

แม้จะรักเธอเท่าไหร่ ฉันก็ต้องคอยบังคับใจฉันให้เหินห่าง
ทั้งที่ใจตัวเอง อยากระบายให้เธอรู้บ้าง
และเธอสูงเกินจะใฝ่ เธอคงจะไม่สนใจในคนข้างล่าง
ที่เขาเฝ้ามองอยู่ ถึงแม้ไม่มีความหวัง

อยากรู้ว่าจะมีใครไหม ที่มีความรักแล้วต้องเก็บเอาไว้
และเมื่อได้พบทีไร ถึงแม้ดีใจ ก็ต้องฝืนทำตัวเหินห่าง
ทั้งที่หัวใจอยากบอก แต่ก็ดูเหมือนมีอะไรมาขวาง
จะต้องทำอย่างไร กับรักที่(ไม่มีหนทาง/ทรมาน)

แม้จะรักเธอเท่าไหร่ ฉันก็ต้องคอยบังคับใจฉันให้เหินห่าง
ทั้งที่ใจตัวเอง อยากระบายให้เธอรู้บ้าง
และเธอสูงเกินจะใฝ่ เธอคงจะไม่สนใจในคนข้างล่าง
ที่เขาเฝ้ามองอยู่ ถึงแม้ไม่มีความหวัง

จะต้องทำอย่างไร กับรักที่ไม่มีหนทาง

แม้จะรักเธอเท่าไหร่ ฉันก็ต้องคอยบังคับใจฉันให้เหินห่าง
ทั้งที่ใจตัวเอง อยากระบายให้เธอรู้บ้าง
และเธอสูงเกินจะใฝ่ เธอคงจะไม่สนใจในคนข้างล่าง
ที่เขาเฝ้ามองอยู่ ถึงแม้ไม่มีความหวัง

และเธอสูงเกินจะใฝ่ เธอคงจะไม่สนใจในคนข้างล่าง
ที่เขาเฝ้ามองอยู่ ถึงแม้ไม่มีความหวัง
ก็ได้แค่มองดู เพราะเขาทำได้เท่านั้น

2 เพลงนี้ ถ้ากำลังมีความรักหรือว่าอกหักอยู่ ก็ต้องบอกว่าโดนเต็มๆละนะ ((สำหรับเราคนเดียวละป่าว (^o^") )) (คิกคิก วงเล็บซ้อนวงเล็บแล้วก็ซ้อนวงเล็บอีกที งงมั๊ยล่ะ 55)

edit @ 23 Oct 2007 23:46:58 by thaimanstanding

วันนี้จะขอพูดถึงอดีตที่โหดร้ายของตัวเราซะหน่อยนะ ผ่านมาไม่นานนี่เอง มันมีความโหดร้ายอยู่ 2 อย่างที่เราได้ประสบมากับตัวเอง วันนี้จะพูดถึงโชคร้ายอย่างแรกก่อน ไอ้อย่างแรกน่ะ มะเท่าไหร่หรอก ถ้าคิดซะว่ามันเปงอุบัติเหตุ แต่ไอ้อย่างที่ 2 อะจิ่ แม่....ง ต้องเรียกว่าซ้ำเติมกันละม้างงง.....ลองอ่านๆดูกะแล้วกันนะ อึดอัดมานานแล้ว

1. โชคร้ายอย่างที่ 1 ที่เราเจอมาในปีนี้ คือ...ขี่มอไซค์ ไปชนเกาะกลางถนน ด้วยความเร็วประมาณ 40-50 ก.ม./ช.มเห็นจะได้เพราะในขณะนั้นมันตอนตี2กว่าๆ ของเช้าวันที่ 14 มิ.ย. 48 ในขณะฝนตกพรำๆ เปิดไฟ+ใส่หมวกนิรภัยครบชุด กะลังจะยูเทิร์นด้วยสติและอาการเต็ม100% เปิดไฟเลี้ยวขวา-มองหน้ามองหลัง มะมีรถผ่านไปมา (เพราะมันดึกมากแล้ว) แล้วเปลี่ยนช่องทางจากเลนซ้ายมาขวา พอถึงจุดจะเลี้ยวยูเทิร์น เหยียบเบรค.........พรืดดดดดดดดด.........โครม.ม.ม.ม.ม.ม.... ท้ายปัดไปชนเกาะกลางถนนซะงั้น ขณะที่เท้าขวาเหยียบเบรคอยู่ ท้ายปัดจึงทำให้เท้าเราอยู่ระหว่างก้านแป้นเบรคหลังกับเกาะกลางถนน แบบว่า "แซนวิช" ยังไงยังงั้น และด้วยแรงสบัดเราจึงถูกเหวี่ยงตกจากมอไซค์

แต่ด้วยยังมีสติดีอยู่ "เก็บคอ งอเข่า" (บอกจิงๆนะ ไอ้ที่พวกเราเรียนมาน่ะ อันนี้ใช้ประโยชน์ได้จิงๆ 555) ตกมากลางถนนฝั่งเดิมนั่นละ หัวฝาดพื้นดังป๊อก หมวกกันน็อคหลุดกระเด็นไปด้านหลังของเรา (ดีนะที่ไม่มีรถวิ่งตามมาในตอนนั้นและได้สวมหมวกก่อนออกจากบ้าน ไม่งั้น ....แหลก....) แต่ด้วยที่เราไม่ได้ขี่เร็ว เราก็เลยไม่ไถลไปไหน ตกตรงไหนอยู่ตรงนั้นเลย ตั้งสติได้อีกที จับหน้าจับแขนขาเช็คว่ามีอะไรหลุดหายไปจากร่างกายหรือป่าว ที่หัว คิ้ว โหนกแก้ม คาง ไหล่ ข้อศอก สะโพก หัวเข่า โอเคทุกอย่าง ก็เลยลุกขึ้นยืน แปร๊บบบบบบบบ...................โอ๊ย ย ย ย แม่..ง..ง..ง ... .เจ็บขา อิ๊บอ๋าย (ก็แน่ละ โดนอัดเข้ากับเกาะกลางถนนอย่างนั้นน่ะ) แต่ก็พอเดินขโยกแขยกได้ มองไปที่มอไซค์ 555 มันจอดคา ในลักษณะพิงกับขอบกลางถนนเลย เห็นแล้วก็อดตลกมะได้ ฝีมือจิงๆ (แน่ะ ยังอารมย์ดีอยู่อีก จะตาย ห่.......อยู่แล้ว) พอดีแถวๆในซอยข้างถนนเส้นนั้น มีเพื่อนเราอยู่พอดี เข้าไปหามันซะหน่อย จะได้ดูแผลที่เท้าขวาซะเลย อยู่กลางถนนไม่ดีแน่ เดี๋ยวจะซวยซ้ำ2

คว้ามอไซค์ได้ เออเฮ้ย..โชคดีเฮอะ เครื่องยังไม่ดับซะด้วย สภาพรถที่พัง ก็แค่บังลมด้านขวาแตก บังโคลนด้านหน้าถลอกนิดหน่อยกับที่พักเท้ากับเบรคงอ ขึ้นคร่อมรถได้ ก็ขี่ไปหาเพื่อนที่อยู่ในซอยที่ว่าไว้นั้น ซึ่งไม่ห่างจากที่เกิดเหตุซะเท่าไหร่ ถึงหน้าบ้านเพื่อน เพื่อนมันยังไม่นอน ก็ตะโกนเรียกเพื่อนออกมา บอกมันว่า เราขับรถชนกับเกาะกลางถนนมา เพื่อนตกจัยออกมาดู บอกว่า

"ไอ้ห่...ไม่เห็นมรึงเปงเชี่ยอาไยเยย" แต่เราบอกว่าให้พาไปส่งโรงบาลหน่อย เจ็บที่เท้าขวาน่ะ เราก็เลยถลกขากางเกงขึ้นให้ดูที่เท้า โฮ้โห.....ตะกี้เราเห็นว่ายังดีๆอยู่เยย มาแป๊บเดี๋ยวไม่ถึง 10 นาที ปวมปูดเปงลูกมะกรูดเยย เพื่อนมันจึงยอมขับรถไปส่งที่ ร.พ. พอถึง ร.พ. เจอพยาบาล เธอบอกว่าให้รอหมอซัก 10 นาที ตอนนี้ให้ถอดรองเท้าออกก่อน อ้อ ลืมบอกไปว่า เราใส่รองเท้าหนังกลับอยู่ในตอนนั้น แบบว่าติดนิสัยขี่มอไซค์ต้องใส่รองเท้าพวกที่มันรัดส้นเอาไว้ก่อน (พ่อสอนไว้ 555) พอถอดรองเท้าออกมาเท่านั้น ร้อง จ๊ากกกก เยย แม่....ง โค-ตะ-ระ ปวดอิ๊บอ๋าย.......ปวมตุ่ยเลย ช้ำไปหมด มันปวดตุ่บๆ ตามจังหวะหัวใจเต้น .... เอาแล้วไง ใจคอชักไม่ค่อยดี พยาบาลบอกว่า อย่างงี้ต้องนอนโรงบาลเปงอาทิตย์แน่ๆ เดินไม่ได้ไปนาน ... (น่าน พยาบาลหรือพยายมวะเนี่ยให้กำลังจัยซะดีเยย.. ฮือ..ฮือ....กุอยากตาย....) แล้วพยาบาลก็มาเจาะน้ำเกลือให้ เราจึงให้เพื่อนไปคุยกับพยาบาลเรื่องประกัน พอดีหมอเข้ามา จับโน่น ถามนี่ แล้วให้เข้าไปเอ็กซ์เรย์ ...เรานะ...ปวดที่ขา แม่...ง เอ็กซ์เรย์ทั้งตัวเยย ตั้งแต่หัวยันปลายเท้า ปากคอ-ฟันฟาง มันเอ็กซ์เรย์หมดเลย เรานึกในใจ ไอ้ห่...เอ้ย กุเปงเชี่ยอะไรกันวะเนี่ย ตัวทั้งตัว ก็เปงเท่าที่เห็นน่ะละ ปวดก็ปวด มัวแต่ให้เอ็กซ์เรย์อยุ่ได้ พอเสร็จออกมา หมอมาดูฟิมล์ บอกว่า "กระดูกนิ้วเท้าด้านขวาตั้งแต่นิ้วชี้ถึงนิ้วก้อยของคุณแตกหมดเลยจะต้องดามเหล็กนะนี่ย (เออ กุรุ้เล้ว แต่มึง เจือก X Ray กุทั้งตัวเยย ใจคอกุหายหมด)

หมอบอกต่อไปว่า พรุ่งนี้จะต้องเข้าห้องผ่าตัด เอาเหล็กดามที่กระดูกนิ้วเท้าทั้ง 4 นิ้วนั่น คืนนี้ยังทำไรมะได้ ต้องอดอาหารก่อนจนครบเวลาถึงจะผ่าตัดได้ (โฮ....กุ...ทั้งปวด..ทั้งหิว ...งานนี้กุตายแน่ๆ น้ำท่าก็ไม่ให้กิน) จบจากฟังคำอธิบายที่แสนทรมานที่สุดในชีวิตจากหมอผู้ช่วยชีวิตแล้วพยาบาลกับผู้ช่วยก็พาเราขึ้นห้อง แล้วทำเฝือกอ่อนดามที่เท้ากับขาเราเพื่อไม่ให้มันพลิก จับเราแขวยระโยงระยางอยู่กับเตียง แล้วหมอก็เข้ามาฉีดยาแก้ปวดให้ พอโดนยาไปแป๊บเดียว บวกกับอาการปาดเจ็บเราก็เลยง่วง เพื่อนจึงขอตัวกลับบ้านก่อน แล้วพรุ่งนี่จะมาใหม่ เพราะว่าจะตี 4 แล้ว เพื่อนก็กลับบ้านไป คืนนั้นเราก็เลยนอนคนเดียว ง่าว ง่าววววว.....

นอนไปได้ซัก 2-3 ช.ม.7โมงเช้าเราก็ตื่น ก็มันปวดที่ขาอ่ะจิ่ และอีกอย่าง พยายบาลมันเข้ามาตรวจทุกชั่วใมงเยย เฮ้อ...เซ็ง นอนก็นอนมะค่อยหลับ เดี๋ยวโดนปลุก เดี๋ยวโดนปลุกตลอดเวลาเยย เข้าใจนะว่าเปงห่วง 555 พยาบาลบอกว่า เช้านี้ เราต้องเข้าห้องผ่าตัดนะ เรานอนจัยตุ๊มๆต่อมๆ จนถึง 8 โมงเพื่อนๆที่รุ้ข่าวก็มาเยี่ยม (ดีน่ะที่ทางบ้านเรายังไม่รุ้ข่าว เพราะว่าเรามาเช่าบ้านอยู่คนเดียว) เพื่อนเรา แต่ละคนมาให้กำลังจัยกันทั้งนั้นเยย บ้างก็ว่า ดึกดื่นป่านนั้น มึงจะไปไหนวะไปหากิ๊กล่ะจิ่ ตี2แล้วแม่..ง ยังขี่มอไซค์อยู่อีก สมน้ำหน้ามัน น่าจะตายห่...ซะ บ้างก็ว่า จะไปหาที่แด...ก เหล้าอะจิ่ ไม่ยอมชวนเพื่อนชวนฝูง ก็เลยถูกสวรรค์ลงโษให้เปงแบบนี้ (ที่พวกมึงพูดมาเนี่ย นรกลงโทษมากกว่ามั้ง มะใช่สวรรค์ซะหน่อย 555) คุยกันกับเพื่อนอยู่ซักพัก พยาบาลก็เข้ามาบอกให้เตรียมตัว...แล้ว 9 โมงเช้าของวันนั้น เราก็ขึ้นเขียง

เข้ามาห้องผ่าตัด วิสัณยีแพทย์ (มะรุ้เขียนถูกละป่าวนะคับ ถ้าผิดก็ให้อภัยเราด้วย) ก็เข้ามาถามเรื่องน้ำหนัก อายุ ส่วนสูง แล้วก็บอกอาการต่างๆ ที่จะเกิดจากการวางยาสลบ พอถึงเวลา เราสูดหายใจเอายาเข้าไป 3-4 ที โลกทั้งโลกก็หายไปเลย 555 ฉะบาย.........

ตื่นมาอีกที 11 โมงกว่าๆ ตอนที่หมอวิสัณยีมาปลุก ถามโน่นถามนี่เรา และให้เรานอนรออยู่ในห้องผ่าตัดซักพัก แล้วหมอคนที่ผ่าตัดก็เข้ามาถามว่าเปงไงบ้าง ต่างๆนาๆ พอหมออธิบายอะไรๆจบก็พาเราขึ้นห้อง พอมาถึงห้อง ดีจัยเปงที่สุดเลย มีคนมาเยี่ยมอีกละ คราวนี้เต็มห้องเลย ทั้งเพื่อนทั้ง.... มากันเต็มไปหมด (นึกในใจว่า ...วันนี้ กุจะได้พักผ่อนป่าวว๊ะเนี่ย....) ..... ..... ..

เนี่ย...เปงโชคร้ายสุดๆ 1 ใน 2 ครั้งของเราที่เราเจอ (ไอ้พวกโชคร้ายเล็กๆน่ะ เจอตลอด ไม่ต้องไปสนจัยมัน จิ๊บจ่อย 555) ตอนต่อไป เราจะมาเล่าเรื่องโชคร้ายครั้งที่ 2 ให้อ่านกันอีก มะรุ้เหมือนกันว่าเปงโชคร้ายซ้ำ2 หรือป่าว ติดตามกันละกันนะ วันนี้แค่นี้ก่อน ง่วงละ ขอบคุณทุกๆคนที่เข้ามาอ่าน จะ "แม้น" ให้หรือป่าวก็ไม่ได้ว่าไรกันนะ ขำๆหนุกๆน่ะ

หวัดดีคับ

บาย